การวางแผนกลยุทธ์องค์กรและบทบาทของ Leadership Skills กับ Growth Mindset
การวางแผนกลยุทธ์องค์กรคือกระบวนการวางแผนและกำหนดทิศทางเพื่อให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม ถ้าการวางแผนกลยุทธ์ขาดทักษะภาวะผู้นำ (Leadership Skills) และกรอบความคิดเติบโต (Growth Mindset) แม้แต่จะลงทุนกับ Executive Coaching ราคาแพงมากเพียงใด องค์กรนั้นก็ยากที่จะรอดพ้นจากวิกฤตหรือความล้มเหลวได้ บทความนี้จะวิเคราะห์ความสำคัญของสองปัจจัยนี้ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร พร้อมยกตัวอย่างและข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจน
ความหมายและความสำคัญของ Leadership Skills ในการวางแผนกลยุทธ์องค์กร
Leadership Skills คือความสามารถในการนำพาทีมงานและองค์กรไปสู่เป้าหมายร่วมกัน โดยผ่านการสื่อสารที่ชัดเจน การตัดสินใจอย่างมีวิสัยทัศน์ และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากร Dr. John C. Maxwell นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำ ได้ให้คำจำกัดความว่า Leadership Skills คือ “ความสามารถที่จะสร้างแรงจูงใจและสร้างทิศทางโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ”
จากผลสำรวจของ Deloitte เมื่อปี 2022 พบว่า 79% ขององค์กรที่ประสบความสำเร็จมีผู้บริหารที่มีทักษะภาวะผู้นำอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่แน่นอนต้องการผู้นำที่สามารถปรับตัวและนำองค์กรข้ามผ่านความท้าทายได้
ลักษณะสำคัญของ Leadership Skills
- การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สร้างความเข้าใจและความร่วมมือในทีม
- ทักษะการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลและวิสัยทัศน์
- การสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างขวัญกำลังใจ
- ความสามารถในการบริหารความขัดแย้งและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

Growth Mindset: กรอบความคิดที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมในองค์กร
Growth Mindset หรือกรอบความคิดเติบโต ถูกนิยามโดยศาสตราจารย์ Carol Dweck ว่าเป็น “ความเชื่อที่ว่าสมรรถภาพและความสามารถของคนสามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายามและการเรียนรู้” กรอบความคิดนี้สำคัญต่อการวางแผนกลยุทธ์องค์กร เพราะช่วยให้ผู้นำและพนักงานไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลวและพร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง
งานวิจัยของ Harvard Business Review ชี้ให้เห็นว่าองค์กรที่ปลูกฝัง Growth Mindset มีโอกาสในการเติบโตมากกว่าองค์กรที่ขาดกรอบความคิดนี้ถึง 47% เนื่องจากสามารถปรับตัวได้รวดเร็วและส่งเสริมนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
องค์ประกอบหลักของ Growth Mindset ในองค์กร
- การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง
- การยอมรับความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเติบโต
- การเปิดรับความคิดเห็นและการเปลี่ยนแปลง
- การส่งเสริมวัฒนธรรมที่เน้นความร่วมมือและนวัตกรรม
เหตุผลที่ Executive Coaching ราคาแพงไม่เพียงพอหากขาด Leadership Skills และ Growth Mindset
หลายองค์กรเชื่อว่าเมื่อลงทุนกับ Executive Coaching ในราคาสูง จะช่วยยกระดับความสามารถของผู้บริหารและพัฒนาองค์กรทันที แต่ความจริงแล้ว การมี Leadership Skills และ Growth Mindset เป็นรากฐานสำคัญก่อนที่จะนำ Executive Coaching มาใช้ เพราะถ้าผู้นำขาดทั้งสองอย่างนี้ การรับคำปรึกษาและเทคนิคจากโค้ชระดับสูงก็จะไม่เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
จากการสำรวจของ International Coach Federation (ICF) ปี 2023 พบว่าเพียง 40% ของโปรแกรม Executive Coaching ที่ได้รับการลงทุนอย่างหนัก ได้ผลลัพธ์ตามที่องค์กรคาดหวัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดการพัฒนาทักษะผู้นำที่แท้จริง และกรอบความคิดที่ยืดหยุ่นพอในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่างจากองค์กรที่ล้มเหลวในการนำ Executive Coaching มาใช้
กรณีศึกษาของ Kodak ที่แม้จะลงทุนในการอบรมและ Coaching ผู้บริหารระดับสูงหลายครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ล้มเหลวในการพลิกฟื้นธุรกิจ เพราะขาดการเปลี่ยนแปลงในแนวคิดการบริหารและผู้นำที่สามารถนำองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง
บทสรุปและข้อเสนอแนะสำหรับองค์กร
สรุปได้ว่า การวางแผนกลยุทธ์องค์กรที่ปราศจาก Leadership Skills และ Growth Mindset นั้นเปรียบเสมือนการสร้างพื้นฐานที่ไม่มั่นคง ถึงแม้ว่าการจ้าง Executive Coaching ที่มีราคาแพงจะช่วยเสริมเติมเต็ม แต่ถ้ารากฐานขององค์กรยังขาดสององค์ประกอบนี้ องค์กรก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จในระยะยาวได้
องค์กรควรเริ่มต้นลงทุนในการพัฒนาภาวะผู้นำและปลูกฝังกรอบความคิดเติบโตในระดับผู้นำและพนักงานก่อน เพื่อให้การวางแผนกลยุทธ์และการใช้ Executive Coaching เกิดประสิทธิผลสูงสุด พร้อมกันนี้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและส่งเสริมการเรียนรู้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้
